โอกาสและความท้าทาย

ทรัพยากรน้ำเป็นปัจจัยการผลิตที่มีความสำคัญยิ่งยวดต่อการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะกระบวนการผลิตของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ท่ามกลางความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ส่งผลให้เกิดความผันผวนของปริมาณน้ำ ภาวะการขาดแคลนน้ำ (Water Scarcity) รวมถึงการบังคับใช้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพและความเชื่อมั่นในการดำเนินงาน ดังนั้น การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นวาระเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของ เอ็กโก กรุ๊ป เพื่อรักษาสถานะความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) บรรเทาความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางน้ำ (Water Security) และเพื่อรักษาการยอมรับจากสังคมในการดำเนินกิจการ ผ่านการเสริมสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนโดยรอบ

เอ็กโก กรุ๊ป ยึดมั่นในการบริหารจัดการน้ำแบบองค์รวม (Integrated Water Resource Management) ซึ่งครอบคลุมตลอดวัฏจักร ตั้งแต่การดึงน้ำมาใช้ไปจนถึงการจัดการน้ำทิ้ง บริษัทฯ มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านการนำน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านปริมาณและคุณภาพน้ำ นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าทุกแห่งได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมแหล่งน้ำสำรองเพื่อรองรับสภาวะวิกฤต ควบคู่ไปกับการสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง บรรเทาข้อห่วงกังวลด้านการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งนำไปสู่การบรรเทาความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคง

ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน: การบริหารจัดการน้ำ
ผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียในประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

ชุมชน

แนวทางการบริหารจัดการ

เป้าหมายการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

เป้าหมายระยะยาว

ปริมาณการบริโภคน้ำจืดเป็นศูนย์

เป้าหมายปี 2568

ลดการใช้น้ำจืดลง ร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ผลการดำเนินงานปี 2568

ลดการใช้น้ำจืดลง ร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

การบริหารจัดการน้ำแบบองค์รวม

[GRI 303-1 (2018), 303-2 (2018)]

เอ็กโก กรุ๊ป บริหารจัดการทรัพยากรน้ำภายในองค์กรภายใต้นโยบายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด โดยประยุกต์ใช้หลักการ 3Rs ได้แก่ การลดการใช้น้ำดิบ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำน้ำผ่านกระบวนการบำบัดเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินการใช้น้ำเพื่อระบุโอกาสในการปรับปรุงประสิทธิภาพ (Water use assessment to identify opportunities for water efficiency improvements) ซึ่งนำไปสู่การกำหนดมาตรการลดปริมาณการใช้น้ำ (Actions to reduce water consumption) ในกระบวนการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างที่เด่นชัดคือ การเพิ่มจำนวนรอบการหมุนเวียนใช้น้ำในระบบหล่อเย็น (Cooling Water) ที่โรงไฟฟ้าเอ็กโก โคเจนเนอเรชั่น ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการใช้น้ำดิบและสารเคมีได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานในกระบวนการหล่อเย็นอีกด้วย

ความมุ่งมั่นความมุ่งมั่นในการลดปริมาณการใช้น้ำดิบได้ถูกนำมาขับเคลื่อนควบคู่กับกลยุทธ์การบริหารจัดการน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานเพื่อยกระดับคุณภาพน้ำทิ้ง (Actions to improve wastewater quality) ผ่านกระบวนการบำบัดน้ำเสียแบบครบวงจร พร้อมทั้งมีกลไกตรวจติดตามคุณภาพน้ำทิ้งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าน้ำที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติมีคุณภาพดีกว่าหรือเทียบเท่ามาตรฐานตามกฎหมายของพื้นที่นั้น ๆ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังริเริ่มโครงการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse of treated wastewater) ในหลายพื้นที่ปฏิบัติการ เช่น โรงไฟฟ้าคลองหลวง ยูทิลิตี้ และโรงไฟฟ้าเอ็กโก โคเจนเนอเรชั่น โดยนำไปใช้ประโยชน์ในการรดน้ำพื้นที่สีเขียวและทำความสะอาดสถานที่ ควบคู่ไปกับการประยุกต์ใช้น้ำรีไซเคิล (Application of water recycling) อย่างเต็มรูปแบบที่โรงไฟฟ้าขนอมและโรงไฟฟ้าเคซอน โดยนำน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดกลับมาใช้ในงานบำรุงรักษาและกิจกรรมภายในโรงไฟฟ้า ซึ่งแนวทางเหล่านี้ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อแหล่งน้ำของชุมชนท้องถิ่นและลดภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยรวมได้อย่างยั่งยืน

นอกเหนือจากการยกระดับเทคโนโลยีและกระบวนการทำงาน เอ็กโก กรุ๊ป ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านความยั่งยืน ผ่านการจัดการฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (Awareness training provided to employees on water efficiency management programs) ให้แก่พนักงานทุกคน หลักสูตรดังกล่าวได้บูรณาการความรู้ด้านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผนวกเข้ากับแนวทางวิศวกรรมในการปรับตั้งเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Optimization) เพื่ออนุรักษ์น้ำและพลังงานไปพร้อมกัน

การดำเนินงานในมิตินี้ช่วยตอกย้ำให้มั่นใจว่าพนักงานในทุกระดับจะมีความรู้ ความเข้าใจ และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนพันธกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำขององค์กรอย่างแท้จริง

แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำ

  • การประเมินความเสี่ยงด้านน้ำและการดำเนินงานในพื้นที่ที่มีภาวะความตึงเครียดด้านน้ำ

    เอ็กโก กรุ๊ป ประเมินความเสี่ยงด้านน้ำในมิติต่าง ๆ ทั้งภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ คุณภาพน้ำ ตลอดจนความเสี่ยงด้านกฎระเบียบหรือราคาน้ำที่อาจส่งผลให้ต้นทุนการจัดหาน้ำของบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้น โดยใช้เครื่องมือที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ได้แก่ WWF Water Risk Filter และ AQUEDUCT Water Risk Atlas ผลการประเมินดังกล่าวครอบคลุมโรงไฟฟ้าทุกแห่งของเอ็กโก กรุ๊ป ทั่วโลก รวมถึงการประเมินความเสี่ยงทางกายภาพด้านทรัพยากรน้ำในระดับลุ่มน้ำ

    จากผลการประเมินในระดับลุ่มน้ำ พบว่าโรงไฟฟ้า 10 แห่งของเอ็กโก กรุ๊ป ได้แก่ โรงไฟฟ้าเอสพีพี 2 โรงไฟฟ้า เอสพีพี3 โรงไฟฟ้าเอสพีพี 5 โรงไฟฟ้าโซลาร์โก โรงไฟฟ้าเทพพนา วินด์ฟาร์ม โรงไฟฟ้าชัยภูมิ วินด์ฟาร์ม โรงไฟฟ้าขนอม โรงไฟฟ้าเอ็กโก โคเจนเนอเรชั่น โรงไฟฟ้าคลองหลวง ยูทิลิตี้ และโรงไฟฟ้าลินเดน ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดด้านน้ำ อย่างไรก็ตาม ผลการประเมินรายพื้นที่ชี้ให้เห็นว่าโรงไฟฟ้าเหล่านี้มีความพร้อมด้านแหล่งน้ำในท้องถิ่น มีอ่างเก็บน้ำสำรอง แหล่งน้ำทางเลือก รวมถึงมาตรการบรรเทาผลกระทบที่เพียงพอ ประกอบกับโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ใช่โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ จึงมีการพึ่งพาปริมาณน้ำในการดำเนินงานในระดับต่ำ ปริมาณการดึงน้ำของเอ็กโก กรุ๊ป ในพื้นที่ดังกล่าวจึงไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านการขาดแคลนน้ำอย่างมีนัยสำคัญ

    อย่างไรก็ตาม เอ็กโก กรุ๊ป ยังคงดำเนินโครงการการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการพึ่งพาน้ำในการดำเนินงาน ทั้งการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านน้ำที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนตอบสนองความต้องการและความคาดหวังด้านน้ำของชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียโดยรอบ โครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้นโยบายสิ่งแวดล้อมของเอ็กโก กรุ๊ป และยึดหลักการ 3Rs ได้แก่ การลดการใช้ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำน้ำผ่านกระบวนการบำบัดเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle)

    มาตรการสำคัญอื่น ๆ ระดับโรงไฟฟ้า ได้แก่ การเพิ่มรอบการการหมุนเวียนใช้น้ำในระบบหอหล่อเย็นเพื่อลดการดึงน้ำจืด การนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ในการรดน้ำ การทำความสะอาดสถานที่ และการบำรุงรักษา รวมถึงการกักเก็บน้ำฝนในโรงไฟฟ้า เช่น โรงไฟฟ้าคลองหลวง ยูทิลิตี้ นอกจากนี้ เอ็กโก กรุ๊ป ยังนำกระบวนการบำบัดน้ำเสียขั้นสูงมาใช้ก่อนปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำโดยรอบ ได้แก่ ระบบกรองแบบไม่ใช้อากาศ (Anaerobic Filtration) ระบบการตกตะกอนด้วยสารเคมี (Coagulation-Flocculation) และบ่อปรับสภาพ (Neutralizing Pond)

  • การประเมินผลกระทบและการพึ่งพา

    WWF Water Risk Filter ถูกนำมาใช้เพื่อระบุว่าการดำเนินงานของ เอ็กโก กรุ๊ป มีโอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำอย่างไรบ้าง รวมถึงประเมินการพึ่งพาแหล่งน้ำท้องถิ่น ทั้งนี้ การบริหารจัดการความเสี่ยงเหล่านี้ต้องหาความสมดุลระหว่างความต้องการในการดำเนินงานกับแนวทางการดำเนินงานการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและการดำเนินงานของบริษัท

    ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการพึ่งพาน้ำ

    1. การขาดแคลนน้ำ (Water Scarcity): การดำเนินงานของ เอ็กโก กรุ๊ป เผชิญกับความเสี่ยงระดับที่ 2.6 (ตามการจัดระดับจาก 1-5) ซึ่งกล่าวได้ว่ามีความน่ากังวลอยู่ในระดับต่ำเกี่ยวกับความเพียงพอของน้ำ
    2. เครื่องมือการจัดการ (Management Instruments): คะแนนการบริหารจัดการได้ 2.8 คะแนน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพในระดับปานกลาง
    3. โครงสร้างพื้นฐานและการเงิน (Infrastructure and Finance): คะแนนด้านนี้ได้ 1.8 คะแนน กล่าวได้ว่ามีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานและความสามารถทางการเงินในระดับต่ำ
    4. ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงเกี่ยวกับลุ่มน้ำ (Basin Reputational Risk): จากคะแนน 2.9 คะแนน บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงด้านชื่อเสียงระดับปานกลางเกี่ยวกับปัญหาลุ่มน้ำ
    5. ความสำคัญของวัฒนธรรม (Cultural Importance): ได้ 2.7 คะแนน ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าวัฒนธรรมในการบริหารจัดการน้ำมีความเสี่ยงระดับปานกลาง
    6. ความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Importance): ได้ 2.9 คะแนน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพที่ได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำ

    ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากน้ำ

    1. ผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ (Water Scarcity Impact): ได้ 4 คะแนน แสดงให้เห็นว่าจะได้รับผลกระทบอย่างสูงจากการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ เนื่องจากกิจกรรมในการดำเนินงาน
    2. ความขัดแย้ง (Conflict): ความเสี่ยงด้านความขัดแย้งอยู่ในระดับต่ำจากการได้คะแนน 2.7 คะแนน กล่าวได้ว่ามีความขัดแย้งเล็กน้อยเท่านั้นเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำในพื้นที่ที่มีการดำเนินงาน

    ในปี 2567 เอ็กโก กรุ๊ป ได้จัดทำการประเมินเชิงคุณภาพ (qualitative assessment) เกี่ยวกับผลกระทบและการพึ่งพาความหลากหลายทางชีวภาพของธุรกิจ (biodiversity impacts and dependencies) ซึ่งรวมถึงการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการพึ่งพาและผลกระทบจากน้ำ (water-related dependency and impact) โดยได้นำ ENCORE (Exploring Natural Capital Opportunities, Risks and Exposure) มาใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินครั้งนี้

    เนื่องจาก เอ็กโก กรุ๊ป ประกอบธุรกิจโดยตรง (direct operation) เป็นผู้ผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้า ส่งผลให้เกิดผลกระทบที่สำคัญ (priority impacts) ต่อระบบนิเวศน้ำจืด (freshwater ecosystem use) และการใช้น้ำ (water use) โดยระบบ cooling tower จำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณสูง ซึ่งการดึงน้ำ (water withdrawal) จากแหล่งน้ำสาธารณะอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในแหล่งน้ำได้

    ผลการประเมินการพึ่งพาตลอดห่วงโซ่คุณค่า (dependency across value chain) พบว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทมีการพึ่งพากับน้ำผิวดิน (surface water) การบำรุงรักษาการไหลของน้ำ (water flow maintenance) การควบคุมสภาพอากาศ (climate regulation) และการป้องกันน้ำท่วมและพายุ (flood and storm protection) นอกจากนี้ น้ำผิวดินยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการผลิตของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนอีกด้วย

  • การเปลี่ยนแปลงในอนาคตของปริมาณและคุณภาพน้ำ

    เอ็กโก กรุ๊ป ดำเนินงานในการประเมินคุณภาพน้ำและคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงความพร้อมในการใช้น้ำในอนาคตในระดับท้องถิ่น รวมถึงประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความต้องการน้ำและความเพียงพอของน้ำจนถึงปี 2583 การนำการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำและความกังวลเกี่ยวกับภัยแล้งเข้าไปรวมในกระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กรช่วยให้มีการประเมินผลกระทบต่อกำไรและสถานการณ์ความเสี่ยง แม้ว่าโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ของ เอ็กโก กรุ๊ป ได้รับการป้องกันจากภัยแล้ง อย่างไรก็ตามมีโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ จำนวน 2 แห่งที่อาจเผชิญกับผลกระทบในระดับปานกลางถึงต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้แตกต่างกัน กลยุทธ์การลดผลกระทบ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพและการบริการจัดการน้ำและพลังงาน การปรับปรุงภาระผูกพันทางการเงิน และการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อการดำเนินงาน

  • การประเมินความเสี่ยงด้านปริมาณและคุณภาพน้ำ

    เอ็กโก กรุ๊ป พิจารณาประเด็นด้านทรัพยากรน้ำทั้งหมดก่อนเริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ เก็บข้อมูลพื้นฐาน และติดตามสถานะปริมาณน้ำในพื้นที่เป็นประจำในช่วงหลังเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ ยังประเมินความเสี่ยงด้านน้ำทางกายภาพในพื้นที่รวมถึงปริมาณน้ำ (อาทิ การขาดแคลนน้ำ ความแปรปรวนตามฤดูกาล และความเสี่ยงภัยแล้ง) และคุณภาพน้ำ (อาทิ น้ำเสีย) โดยใช้เครื่องมือ AQUEDUCT Water Risk Atlas เป็นประจำ ซึ่งผลการประเมินคาดการณ์ว่าโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ของ เอ็กโก กรุ๊ป จะไม่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากมีอ่างเก็บน้ำที่เพียงพอ มีมาตรการรองรับ และไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงภัยแล้ง

    เอ็กโก กรุ๊ป ประเมินผลกระทบจากการคาดการณ์ปริมาณทรัพยากรน้ำที่ลดลง ร้อยละ 10 ร้อยละ 30 และร้อยละ 50 โดยคำนึงถึงการขาดแคลนน้ำในภาวะแล้งจากการเปลี่ยนเปลงสภาพภูมิอากาศ และกำหนดสมมติฐานของการคาดการณ์ตามดังนี้

    1. ลดการไหลของน้ำลง ร้อยละ 35 ในเดือนมกราคมถึงมิถุนายนจากงบประมาณ
    2. คาดการณ์การไหลของน้ำในไตรมาสที่ 2 ตามงบประมาณ
    3. ผลกระทบจากการผลิตไฟฟ้าและกำไรสุทธิที่ลดลง

    เอ็กโก กรุ๊ป ประเมินความเสี่ยงด้านปริมาณและคุณภาพน้ำตามโอกาสเกิดและระดับความรุนแรงของผลกระทบ ผลการประเมินระบุว่าโรงไฟฟ้าส่วนใหญ่ของ เอ็กโก กรุ๊ป ไม่มีหรือมีความเสี่ยงด้านน้ำต่ำถึงต่ำมาก เนื่องจากมีปริมาณทรัพยากรน้ำใช้ที่เพียงพอและได้จัดทำมาตรการรับมือต่อเหตุการณ์ขาดแคลนน้ำแล้ว

    นอกจากนี้ เอ็กโก กรุ๊ป มีการประเมินผลกระทบและสถานการณ์แก้ไขจากแผนการดำเนินงานต่าง ๆ และได้คำนวณมูลค่าของผลกระทบจากสถานการณ์แก้ไขที่กำหนด

  • การประเมินความเสี่ยงด้านกฎหมายซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนค่าน้ำที่เพิ่มขึ้น

    เอ็กโก กรุ๊ป ติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายและต้นทุนค่าน้ำในพื้นที่ประกอบกิจการอย่างสม่ำเสมอ และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น เอ็กโก กรุ๊ปยังได้คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่อาจส่งผลต่อต้นทุนการจัดหาน้ำหรือมาตรฐานที่จำเป็นในการปฏิบัติตามข้อกำหนด เช่น การบำบัดน้ำเสีย และใบอนุญาตต่าง ๆ ภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ 2561 โดยใช้เครื่องมือ AQUEDUCT Water Risk Atlas

  • การจัดการผลกระทบจากความเสี่ยงด้านน้ำต่อผู้มีส่วนได้เสีย

    ไม่เพียงแต่การบริหารจัดการน้ำภายในองค์กรเท่านั้น เอ็กโก กรุ๊ป ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำภายนอกองค์กร เอ็กโก กรุ๊ป ประเมินความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้เสียในอนาคต โดยการดำเนินการแผนกลยุทธ์เพื่อตรวจสอบทรัพยากรน้ำและพื้นที่ที่มีแนวโน้มขาดแคลนน้ำ (Water Stress Area) ก่อนที่จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งดังกล่าวกับผู้มีส่วนได้เสีย โดยดำเนินงานร่วมกับชุมชนข้างเคียงเพื่อสำรวจความพึงพอใจ รับฟังปัญหา ทำความเข้าใจและร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรน้ำในชุมชน นอกจากนี้ เอ็กโก กรุ๊ป ยังตรวจสอบคุณภาพน้ำเสียอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าคุณภาพน้ำเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งและไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ปลายน้ำ

    เอ็กโก กรุ๊ป จัดประชุมร่วมกับชุมชนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง โดยมีตัวแทนจากโรงไฟฟ้า หน่วยงานภาครัฐและชุมชนในพื้นที่เข้าร่วมประชุมเพื่อรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้า ตลอดจนรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย

โครงการที่เกี่ยวข้อง

โครงการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
ดูโครงการ

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

นโยบาย ข้อกำหนด และผลการดำเนินงาน

ข้อมูลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน

ปรับปรุง ณ เดือนพฤษภาคม ปี 2569

เนื้อหาข้างต้นจัดทำตามมาตรฐาน The Global Reporting Initiative (GRI Standards) ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องโดยหน่วยงานภายนอกและให้ความเชื่อมั่นข้อมูลการรายงานในระดับจำกัด (Limited Assurance) ภายใต้รายงานประจำปี 2568