[GRI 304-3 (2016)]

เพื่อให้มั่นใจว่าระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณรอบโรงไฟฟ้าได้รับการปกป้องและดูแลอย่างเหมาะสม เอ็กโก กรุ๊ป จึงจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบความคืบหน้าของแต่ละโครงการอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดให้การตรวจสอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการติดตามและบรรเทาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเพื่อการประเมินผลการดำเนินงานประจำปี อีกทั้ง ยังจัดให้มีโครงการเพื่อติดตามหากเกิดกรณีต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนี้

• โครงการสำรวจเพื่อจัดทำฐานข้อมูลสำหรับการติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในระยะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้า

• โครงการปกป้องฟื้นฟูสัตว์ป่า และระบบนิเวศทั้งทางบกและทางน้ำที่อยู่ในรัศมี 3-5 กิโลเมตรโดยรอบโรงไฟฟ้า

• โครงการบริหารจัดการและพัฒนาความรู้แนวปฏิบัติด้านการปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่พนักงาน ชุมชน และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อบรรลุตามเจตนารมณ์ด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ ได้แก่

เอ็กโก กรุ๊ปได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ปี 2568 (International Conference on Biodiversity 2025: IBD 2025) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–7 พฤศจิกายน 2569 โดยเอ็กโก กรุ๊ป ได้นำเสนอหัวข้อ “Energy for Life: EGCO Group Pathway Towards Biodiversity Target” ภายในงานนิทรรศการได้สะท้อนแนวทางการสร้างสมดุลระหว่างการดำเนินงานด้านการผลิตพลังงานอย่างยั่งยืนใน 7 ประเทศที่เอ็กโก กรุ๊ปมีการดำเนินงาน และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โครงการสำคัญประกอบด้วยการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพและการจัดทำฐานข้อมูลชนิดพันธุ์ในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เช่น การจัดทำฐานข้อมูลสัตว์ป่าของโรงไฟฟ้าขนอม (KEGCO) จังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการฟื้นฟูป่าชายเลนในประเทศไทย และโครงการอนุรักษ์เต่าทะเลในประเทศฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ เอ็กโก กรุ๊ปได้นำแนวทางการบริหารจัดการผลกระทบตลอดวงจรมาใช้ ครอบคลุมการหลีกเลี่ยง การลดผลกระทบ การฟื้นฟู การชดเชย การติดตาม และการตรวจสอบ ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) และ UNESCO