โครงการการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมของเอ็กโก กรุ๊ป ดำเนินไปตามกลยุทธด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้กลยุทธ์ “พลังงานเพื่อชีวิต” ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนและสังคม โดยบูรณาการการยกระดับคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่นเข้ากับการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่ากิจกรรมพัฒนาชุมชนและสังคมในทุกพื้นที่ของเอ็กโก กรุ๊ป ดำเนินไปในทิศทางและมาตรฐานเดียวกัน

การพัฒนาชุมชน

การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในท้องถิ่น

เอ็กโก กรุ๊ป ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่น ซึ่งประกอบด้วยชุมชน หน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน และสมาคมต่าง ๆ ในทุกพื้นที่ดำเนินงาน โดยมุ่งดำเนินงานอย่างโปร่งใส เปิดกว้างต่อการมีส่วนร่วม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น AA1000 Stakeholder Engagement Standard และขั้นตอนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเอ็กโก กรุ๊ป เพื่อให้ความคิดเห็นและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถูกนำมาประกอบการตัดสินใจและการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวและประโยชน์ร่วมกันระหว่างโรงไฟฟ้าและชุมชนโดยรอบ

เพื่อบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมจากการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นระบบ เอ็กโก กรุ๊ป ดำเนินการตามแนวทางการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนี้

  1. บริษัทดำเนินการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อระบุผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนในพื้นที่ รวมทั้งมีการติดตามและประเมินผลทุก 6 เดือน และในปี 2566 ได้ร่วมมือกับ สถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainable Business Development Institute: SBDi) เพื่อยกระดับการวางแผนการมีส่วนร่วมและพัฒนาดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs)
  2. บริษัทสื่อสารกับชุมชนผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ บัญชี LINE Official (LINE OA) วารสารสุขใจ แพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ และการเข้าร่วมเวทีของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น
  3. เอ็กโก กรุ๊ป จัดกิจกรรม เวทีเสวนากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเยี่ยมชมสถานที่ปฏิบัติงานในโรงไฟฟ้าหลายแห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าขนอม โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์โก โรงไฟฟ้าคลองหลวง และโรงไฟฟ้าบ้านโป่ง รวมถึงการจัดอบรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการมีส่วนร่วมให้กับพนักงานและชุมชน
  4. บริษัทจัดทำการสำรวจความพึงพอใจประจำปี ในทุกโรงไฟฟ้า และมีการจัดประชุมแบบไตรภาคีรวมถึงกิจกรรมการมีส่วนร่วมที่สอดคล้องกับแผนงานของแต่ละพื้นที่และการปรับตัวตามสถานการณ์การแพร่ระบาด
  5. เอ็กโก กรุ๊ป มี กลไกการรับเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการ และสามารถรักษาผลการดำเนินงานโดย ไม่มีข้อร้องเรียนในทุกโรงไฟฟ้าที่มีการดำเนินงาน
  6. ขั้นตอนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 26000 ถูกนำไปใช้ครอบคลุมร้อยละ 100 ของโรงไฟฟ้าภายใต้ เอ็กโก กรุ๊ป

นอกจากนี้ เอ็กโก กรุ๊ป ยังสนับสนุนการจ้างงานในท้องถิ่นเพื่อสร้างโอกาสในการทำงานและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนที่ตั้งของโรงไฟฟ้า โดยบริษัทได้ดำเนิน 3 โครงการส่งเสริมอาชีพสำหรับผู้พิการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของบริษัท ได้แก่

  • โครงการร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของชุมชน
  • โครงการเลี้ยงโค
  • โครงการร้านค้าสำหรับเด็กผู้พิการ (กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม)
ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ
  • จัดทำฐานข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้เป็นปัจจุบัน เพื่อสนับสนุนการระบุและการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักในท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ
  • ประเมินความพึงพอใจของชุมชน เพื่อวัดประสิทธิผลของแนวทางการมีส่วนร่วม
  • สนับสนุนการจัดประชุมไตรภาคีและกิจกรรมการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อเสริมสร้างการสื่อสารและความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่
  • ส่งเสริมความโปร่งใสและความเชื่อมั่นผ่านกิจกรรม Open House ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า
  • รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับกลยุทธ์การมีส่วนร่วม เพื่อปรับปรุงการตอบสนองและความสัมพันธ์กับชุมชน
แนวทางการดำเนินการ
  • ประเมินผลกระทบและวางแผนความร่วมมือ
  • จัดให้มีช่องทางการสื่อสารกับชุมชนในพื้นที่
  • เสริมสร้างศักยภาพด้านการเสวนากับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
  • ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและติดตามผลการดำเนินงาน
  • จัดให้มีกลไกรับเรื่องร้องเรียนและรายงานผล
  • ขยายการดำเนินงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกพื้นที่ดำเนินงาน

การสำรวจชุมชนเพื่อประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของโครงการโรงไฟฟ้าขนอมใหม่

โรงไฟฟ้าขนอมดำเนินการประเมินผลกระทบต่อชุมชนประจำปีเพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง และรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับโครงการ ซึ่งครอบคลุมประชาชนจำนวน 407 ราย และหน่วยงานราชการ 4 ราย

การสำรวจในปี 2568 ครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้

  1. ข้อมูลเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนและชุมชน
  2. ความพร้อมและการเข้าถึงสาธารณูปโภคและบริการสุขภาพ
  3. สภาพแวดล้อมและปัญหาปัจจุบันที่ชุมชนเผชิญ
  4. การรับรู้และความคิดเห็นของชุมชนเกี่ยวกับโครงการ
ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ
  • สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโครงการในชุมชนท้องถิ่น
  • ปรับปรุงการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมต่อชุมชน
  • ประเมินระดับความพึงพอใจของชุมชนท้องถิ่นเกี่ยวกับโครงการ
แนวทางการดำเนินการ
  • มีส่วนร่วมโดยตรงกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านการสำรวจชุมชนท้องถิ่นทั้งคำถามปลายเปิดและคำถามปลายปิด

โครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต

เอ็กโก กรุ๊ป ดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ผ่านแนวทางและกิจกรรมที่หลากหลายที่ตอบสนองต่อบริบทของแต่ละพื้นที่ หนึ่งในแนวทางสำคัญคือ “โมเดลขนอม (Khanom Model)” ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาชุมชนที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในหลายด้าน ได้แก่

  • การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น
  • การส่งเสริมการเรียนรู้และการศึกษาของเยาวชน
  • การพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรของชุมชน
  • การส่งเสริมทักษะอาชีพและการสร้างรายได้ให้กับชุมชน

นอกจากนี้ เอ็กโก กรุ๊ป ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับชุมชนอย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง โดยจัดให้มีช่องทางการสื่อสารและการมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของบริษัท

เอ็กโก กรุ๊ป จัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในท้องถิ่น ผ่านการประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่และตัวแทนชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ความกังวล และความต้องการของชุมชน พร้อมทั้งดำเนินการสำรวจความพึงพอใจและการรับรู้ของชุมชน เพื่อนำผลไปปรับปรุงการดำเนินงานและพัฒนาโครงการชุมชนอย่างต่อเนื่อง 

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ
  • ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยให้ความสำคัญกับการจ้างงานคนในพื้นที่ การใช้ผู้รับเหมาในท้องถิ่น และการจัดซื้อจัดจ้างจากชุมชนในการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า
  • สนับสนุนการดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้าน CSR ของบริษัท
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนผ่านการมีส่วนร่วมเชิงรุก และการป้องกันข้อร้องเรียนจากชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือระยะยาวกับชุมชน โดยรักษาระดับความพึงพอใจของชุมชนในระดับสูง
แนวทางการดำเนินการ
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านการจ้างงานในพื้นที่ กิจกรรม Open House นิทรรศการ และกิจกรรมการเรียนรู้ผ่าน ศูนย์การเรียนรู้ขนอม รวมถึงโครงการพัฒนาชุมชนต่าง ๆ
  • สนับสนุนการลงทุนเพื่อการพัฒนาสังคมและชุมชน (Social and Community Development) ในพื้นที่ดำเนินงาน
  • ดำเนินโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่าน โครงการคัดแยกขยะเพื่อสร้างระบบนิเวศของเอ็กโก (EGCO Ecosystem Waste Separation Project) เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาสังคม

การส่งเสริมแนวคิดด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

เอ็กโก กรุ๊ป (ศูนย์การเรียนรู้ขนอม) ร่วมกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดนิทรรศการ “Scientific Innovation Discovery Journey – EGCO Base: Mission for Change” ภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ปี 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และภายในงานเทศกาลวิทยาศาสตร์ ปี 2568 ณ ศูนย์การเรียนรู้ขนอม นิทรรศการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และความยั่งยืน ผ่านการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Interactive Learning)

โดยแบ่งพื้นที่การเรียนรู้เป็น 3 โซนหลัก ดังนี้

EGCO Base Mission

นำเสนอแนวคิด Triple R ผ่านโรงภาพยนตร์เสมือนจริงแบบ 4D Immersive Theatre ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)

EGCO Regenerative

จัดแสดงผลงาน นวัตกรรมด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศ (Regenerative Innovation) จากเยาวชนผู้สร้างสรรค์ พร้อมนำเสนอแนวคิดด้านความยั่งยืนจากหลากหลายประเทศ

EGCO Act Now or Never!

เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมร่วมแสดงความคิดเห็นและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาด้านความยั่งยืน ผ่านกิจกรรมโต้ตอบที่ใช้เทคโนโลยี AI สนับสนุน พร้อมส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมก้าวสู่การเป็น “Re-Gen Hero” ที่มีบทบาทในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

นิทรรศการดังกล่าวมุ่งส่งเสริมการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ด้านนวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการขับเคลื่อนความยั่งยืน

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ

ตัวชี้วัดนำเข้า

  • สนับสนุนทรัพยากรและความร่วมมือจากเอ็กโก กรุ๊ป เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ด้านความยั่งยืนในรูปแบบนิทรรศการเชิงโต้ตอบ

ตัวชี้วัดผลงาน

  • จำนวนผู้เข้าชมนิทรรศการ
  • จำนวนโรงเรียนที่จัดทัศนศึกษามาเยี่ยมชมนิทรรศการ
  • ระดับความพึงพอใจของผู้เข้าชม

ตัวชี้วัดที่ได้รับจากโครงการ

  • เพิ่มการตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และความยั่งยืนผ่านกิจกรรมภายในนิทรรศการ
  • สนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่และส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น
แนวทางการดำเนินการ
  • ร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติและหน่วยงานภาครัฐในการจัดนิทรรศการภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์แห่งชาติปี 2568
  • ออกแบบพื้นที่การเรียนรู้เชิงโต้ตอบ (Interactive Learning Zones) โดยใช้เทคโนโลยี AI และ Immersive Exhibition เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของเยาวชน
  • นำเสนอผลงาน นวัตกรรมด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศจากเยาวชน (Youth-led Regenerative Innovation) และเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านความยั่งยืน

การส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชนด้าน STEAM (Science, Technology, Engineering, Arts and Mathematics)

เอ็กโก กรุ๊ป (ศูนย์การเรียนรู้ขนอม) เดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อมสำหรับเยาวชนอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2568 พร้อมพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ขนอมให้เป็น แหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อความยั่งยืนในภาคใต้

กิจกรรมสำคัญคือการจัดนิทรรศการ “Automata Wonder” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นความสนใจด้าน STEAM Education (Science, Technology, Engineering, Arts and Mathematics) โดยผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับ ภูมิปัญญาท้องถิ่น

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ

ตัวชี้วัดนำเข้า

  • จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการและบริหารจัดการกิจกรรมนิทรรศการ

ตัวชี้วัดผลงาน

  • จำนวนผู้เข้าชมนิทรรศการ
  • ระดับความพึงพอใจของผู้เข้าชม

ตัวชี้วัดที่ได้รับจากโครงการ

  • เสริมสร้างองค์ความรู้ของเยาวชนเพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม และการตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงาน
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) ร่วมกับชุมชนท้องถิ่นในอำเภอขนอม
แนวทางการดำเนินการ
  • พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ขนอมให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และแรงบันดาลใจสำหรับเยาวชน ควบคู่กับการเป็น แหล่งท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของชุมชนใน จังหวัดนครศรีธรรมราช

สิ่งแวดล้อม

โครงสร้างพื้นฐานเพื่อการอนุรักษ์ป่าไม้

ในปี 2568 เอ็กโก กรุ๊ป (มูลนิธิไทยรักษ์ป่า (Thai Conservation of Forest Foundation: TCOF)) สนับสนุนโครงการปรับปรุงและพัฒนา เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย ภายในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย จังหวัดเชียงใหม่ โครงการดังกล่าวมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมตลอดแนวเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ระยะทางประมาณ 5–8 กิโลเมตร ครอบคลุมการปรับปรุงจุดเริ่มต้นเส้นทาง จุดชมวิว และป้ายสื่อความหมายทางธรรมชาติ ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบนิเวศป่าไม้และความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการนี้ดำเนินการร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริม การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้าใจของสาธารณชนเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำและการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ

ตัวชี้วัดนำเข้า

  • จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงและพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย

ตัวชี้วัดผลงาน

  • จำนวนผู้เข้าใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ได้รับการปรับปรุง
  • พื้นที่ป่าที่ได้รับการฟื้นฟูโดยมูลนิธิไทยรักษ์ป่า (TCOF)

ตัวชี้วัดที่ได้รับจากโครงการ

  • เพิ่มโอกาสในการเข้าถึง แหล่งเรียนรู้ด้านป่าต้นน้ำและระบบนิเวศธรรมชาติ
  • เสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง เอ็กโก กรุ๊ป มูลนิธิไทยรักษ์ป่า และอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ในการพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สนับสนุนการอนุรักษ์และการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม
แนวทางการดำเนินการ
  • ร่วมมือกับ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย ในการปรับปรุงและดูแลรักษาเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอยปุย
  • พัฒนาและยกระดับจุดเริ่มต้นเส้นทาง จุดชมวิว และป้ายสื่อความหมาย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เยี่ยมชม
  • ส่งเสริมเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เป็น เส้นทางการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

การศึกษาเกี่ยวกับวิ่งแวดล้อมสำหรับเยาวชน: ค่ายเยาวชนไทยรักษ์ป่า เอ็กโก กรุ๊ป

ค่ายเยาวชนไทยรักษ์ป่า เอ็กโก กรุ๊ป เป็นโครงการด้านการศึกษาสิ่งแวดล้อมที่เอ็กโก กรุ๊ป จัดขึ้นร่วมกับมูลนิธิไทยรักษ์ป่า (Thai Conservation of Forest Foundation: TCOF) เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนไทย

ในปี 2568 เอ็กโก กรุ๊ป ได้จัด ค่ายเยาวชนรักษ์ป่าไทย เอ็กโก กรุ๊ป ครั้งที่ 60 ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ระยะเวลา 7 วัน เพื่อให้เยาวชนได้ศึกษาเกี่ยวกับ ความหลากหลายทางชีวภาพ ป่าต้นน้ำ และแนวทางการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมภาคสนามและการเรียนรู้จากธรรมชาติ

กิจกรรมภายในค่ายเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ ระบบนิเวศ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และพฤติกรรมที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการ

ตัวชี้วัดนำเข้า

  • จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการ ค่ายเยาวชนไทยรักษ์ป่า เอ็กโก กรุ๊ป และกิจกรรมการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง

ตัวชี้วัดผลงาน

  • จำนวนผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการ เช่น จำนวนนักเรียนและสถานศึกษาที่เข้าร่วมค่าย

ตัวชี้วัดที่ได้รับจากโครงการ

  • เพิ่มระดับความเข้าใจของผู้เข้าร่วมเกี่ยวกับ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ
  • สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านการสร้างความตระหนักรู้และการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แนวทางการดำเนินการ
  • จัดค่ายเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับหน่วยงานอุทยานแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
  • จัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาคสนามเกี่ยวกับ ความหลากหลายทางชีวภาพและป่าต้นน้ำ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระบบนิเวศธรรมชาติ
  • ส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรม เช่น การคัดแยกขยะและการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืน
  • ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เข้าร่วมผ่าน การประเมินผลหลังการเข้าร่วมโครงการ เพื่อติดตามระดับความรู้และความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม